ยินดีต้อนรับทุกท่านที่เข้ามาแวะเยี่ยมชม
Home บทความวิชาการ งานคือชีวิต ความก้าวหน้า ปริญญาเอกพระนคร/การอาชีวศึกษา ประวัติส่วนตัว
Menu













ภาวะผู้นำ


ภาวะผู้นำ
(Leadership)
โดย…ว่าที่ร.ต.สมโชค เฉตระการ*
วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด
http;//www.scppk.com


....... ผู้เขียนในฐานะนิสิตปริญญาเอก สาขาอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ในวิชาเรียน การบริหารคหกรรมศาสตร์ศึกษา (Administration of Home Economics Education) รหัส 180532 ทำการสอนโดยรองศาสตราจารย์ ดร. เสาวพร เมืองแก้ว และรองศาสตราจารย์ วราภรณ์ ธาระวานิช

.......ผู้เขียนและเพื่อนนิสิตจำนวน 12 คน ได้รับปัญหาประเด็นที่น่าสนใจจากอาจารย์ผู้สอน เพื่อวิพากษ์และระดมความคิด เพื่อให้ได้ข้อสรุปในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ “ภาวะผู้นำ” ความเป็นผู้นำหรือลักษณะของผู้นำที่พึงประสงค์ เพื่อให้สอดคล้องกับหัวข้อหลักในเรื่อง “การสั่งการ” จาก Courss Outline ซึ่งจะมีหัวข้อย่อยในข้อดังกล่าวคือ การบริหารและแรงจูงใจ ความเป็นผู้นำในองค์กร การติดต่อสื่อสาร พฤติกรรมขององค์การ หัวข้อดังกล่าวยังแยกย่อยอีกคือ เรื่องธรรมชาติของมนุษย์ (Theory X, Theory Y, Theory Z) และเรื่องความขัดแย้งในองค์กร

.......ในส่วนของสถานศึกษาคำกล่าวที่ว่า “ผู้นำ” น่าจะหมายถึง ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่หรือผู้อำนวยการอย่างแน่นอน

ความหมาย
ผู้นำและภาวะผู้นำ ถ้าจะกล่าวถึงความเป็นผู้นำ (Leadership) นักการศึกษาหลายท่านทั้งไทยและต่างประเทศได้ให้ความหมายของคำว่าผู้นำและภาวะผู้นำดังนี้

“ผู้นำ เป็นคำนามหมายความว่า หัวหน้า คนชักจูงให้คนอื่นทำตาม”
“ผู้นำ เป็นกระบวนการสั่งการและการใช้อิทธิพลต่อกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาชิกของกลุ่ม”
“ภาวะผู้นำ หมายถึง ความเป็นผู้ใหญ่ในหมู่หนึ่ง ๆ ฉายศิลป์ เชี่ยวชาญพิพัฒน์และคณะ อ้างใน สมศักดิ์ ขาวลาภ. (2544 : 14-15) ภาวะผู้นำหมายถึง ศิลปะในการชักจูงให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มใจ เต็มความสามารถและกระตือรือร้น

โรเบิร์ต แทนเนนบั้ม (Robert Tenenbaum) และคณะอ้างใน ทองใบ สุดชารี. (2544 : 3-4) ภาวะผู้นำ หมายถึง การใช้อิทธิพลเหนือบุคคลอื่นในสถานการหนึ่ง ๆ โดยผ่านกระบวนการติดต่อสื่อสารในวันที่จะทำให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย

ราลฟ์ เอ็ม. สต๊อกดิล (Ralph. M. Stogdill) อ้างใน ทองใบ สุดชารี. (2544 : 3-4) ให้คำนิยามไว้ว่า ภาวะผู้นำ หมายถึงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และการธำรงรักษาไห้เป็นไปตามโครงสร้างของความคาดหวังและปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

แดเนี่ยล แคทซ์ (Daniel Katz) และโรเบิร์ต เอ็มคาฮ์น (Robert M. Kahn) อ้างใน ทองใบ สุดชารี. (2544 : 3-4) ภาวะผู้นำ หมายถึง การใช้อิทธิพลที่เพิ่มมากขึ้นในองค์การ ในอันที่จะทำให้กลไกการปฏิบัติงานประจำขององค์การดำเนินไปได้

ซี. เอฟ. รอซ (C.F. Rauch) และ โอ.เบลิ่ง (O. Behling) อ้างใน ทองใบ สุดชารี. (2544 : 3-4) นิยาม “ภาวะผู้นำ” หมายถึง กระบวนการใช้อิทธิพลเพื่อให้การดำเนินงานกิจกรรมกลุ่มบรรลุเป้าหมาย”

จากความหมายต่าง ๆ ที่กล่าวพอสรุปได้ว่า “ภาวะผู้นำ” หมายถึงความสามารถในการใช้อิทธิพลที่หลากหลายกับบุคคลอื่นให้ได้มาถึงความสำเร็จของงานนั้น

จากเหตุผลดังกล่าว คงเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน ทุกองค์กรทั้งงานราชการและเอกชน มีความปรารถนาที่จะทำงานในสายงานที่รับผิดชอบ ตรงกับที่ตนเองศึกษามา คงไม่ต้องการทำงานอื่น นอกจากว่าไม่สามารถที่จะเลือกงานได้ อะไรก็ได้ที่มีงานให้ทำ สิ่งที่ต้องการต่อไปคือความก้าวหน้าในหน้าที่ การได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา การทำงานอย่างมีความสุข โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาที่มีผลต่อผู้ทำงานโดยตรง เพราะการทำงานจะประสบผลสำเร็จได้นั้น ปัจจัยที่สำคัญที่ส่งผลต่องานในหน้าที่คือจากผู้ที่เป็นเจ้านาย ถ้าได้เจ้านายดีและมีความเข้าใจลูกน้อง มีความเห็นอกเห็นใจ มีความยุติธรรมกับทุกคนในสายงาน ก็จะทำให้หน่วยงานนั้นประสบผลสำเร็จ

จากเนื้อหาดังกล่าว ที่นิสิตปริญญาเอกจำนวน 12 คน ได้ระดมความคิดใน 2 เรื่องคือ

1.ลักษณะการทำงานของผู้นำหรือผู้บริหารที่ประทับใจ
2.ลักษณะการทำงานของผู้นำหรือผู้บริหารที่ไม่ประทับใจ
ทั้งนี้เพื่อเป็นการจัดกลุ่มลักษณะการทำงาน เพื่อแสดงถึงความสอดคล้อง ภาวะผู้นำของผู้บริหาร ผลจากการร่วมคิดได้ดังนี้

ลักษณะการทำงานของผู้บริหารที่ไม่ประทับใจ
ไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่มีหลักการ ไม่มีสาระในการประชุม ขาดความจริงใจ เกรงใจคนที่ไม่ทำงาน ขาดอุดมการณ์ในการทำงาน ไม่เปิดใจ ขาดความยุติธรรม ไม่เอื้อเฟื้อเผยแผ่ ไม่มีวิสัยทัศน์ในการทำงาน คอรัปชั่น ไม่โปร่งใส ชอบใช้อารมณ์เหนือเหตุผล พูดแต่ไม่ทำ ไม่สม่ำเสมอในการทำงาน โกรธง่าย/หูเบา/ดูไม่น่าเชื่อถือ ขาดภาวะผู้นำ ไม่มีคุณธรรม/จริยธรรม ขาดความมีเมตตาธรรม ขาดหลักในการทำงาน ถือเอาตนเองเป็นใหญ่ /ไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่ธำรงรักษาบุคลากรในองค์กร ไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่ช่วยแก้ปัญหา /จู้จี้/ไม่มีเหตุผล เผด็จการ ชอบคนประจบสอพลอ/ผูกใจเจ็บ ไม่มีบุคลิกการเป็นผู้นำที่ดี

จัดกลุ่มลักษณะ
การทำงานของผู้บริหารที่ไม่ประทับใจ
สามารถแบ่งได้เป็น 10 กลุ่มคือ
1. ยึดตนเองเป็นใหญ่
2. ดีแต่พูด
3. ไม่กล้าตัดสินใจ
4. ขาดการครองใจคน
5. ขาดภาวะผู้นำ
6. ขาดคุณธรรม
7. ขาดความยุติธรรม
8. เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน
9. ทุจริต
10. ขาดความน่าเชื่อถือ

จาก 10 กลุ่ม ลักษณะการทำงานของผู้บริหารที่ไม่ประทับใจ สามารถจัดกลุ่มได้อีก ซึ่งแสดงถึงภาวะผู้นำของผู้บริหาร โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่คือ

ลักษณะการทำงาน
ของผู้บริหารที่เราประทับใจ

มีความเป็นผู้นำ มีเหตุผล มีหลักการ มองการณ์ไกล สุขุม รอบคอบ มีความเป็นผู้ใหญ่ มีเมตตาธรรม มีความยุติธรรม ใช้พระคุณมากกว่าพระเดช สนับสนุนการมีส่วนร่วม สนับสนุนการทำงาน แก้ไขงานอย่างรวดเร็ว ร่วมคิดร่วมทำ มีมนุษยสัมพันธ์ ทุกข์ของผู้ร่วมงานคือทุกข์ของผู้บริหาร จริงใจ คิดไวทำไว กล้าคิดกล้าตัดสินใจ สร้างวิกฤตให้เป็นโอกาส เป็นนักประชาสัมพันธ์ เป็นนักคิดในระดับมหภาค มีความเป็นนักพัฒนา มีความเป็นนักวิชาการ มีความรู้ความสามารถมาก มีบุคลิกภาพที่ดี มีความมีน้ำใจ เก่งการนิเทศงาน เก่งในด้านการประสานงาน ยอมรับอุดมการณ์ของบุคคลอื่น มีความเป็นนักประชาธิปไตย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวผู้บริหารท่านใดที่มีคุณลักษณะถือว่าเป็นผู้บริหารที่มี ภาวะผู้นำ

จากข้อสรุปดังกล่าวของนิสิตที่ช่วยกันระดมความคิด มีความสอดคล้องกับ กิติ ตยัคคานนท์ (2532 : 71-83 ) อ้างใน สมศักดิ์ ขาวลาภ (2544 : 32-33) “คุณลักษณะผู้นำที่พึงประสงค์ ซึ่งมีทั้งด้านกาย วาจา จิตใจ ความคิด การงานและทางด้านสังคมดังนี้

1. ทางกาย คือ มีสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจสมบูรณ์แข็งแรงดี มีท่าทาง มีบุคลิคดี ฯลฯ
2. ทางวาจา ต้องพูดเป็นและพูดดี
3. ทางจิตใจและความคิด มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อตนเองและผู้อื่น มีความรู้ดี มีความฉลาดรอบรู้ ไม่เห็นแก่ตัว ฯลฯ
4. ทางการงาน มีความสามารถในการวารแผนงาน สามารถสื่อความหมาย ฯลฯ
5. ทางด้านสังคม จะต้องเป็นผู้มีการสังคมดี การช่วยเหลือสังคม ฯลฯ” 4

การบริหารงานจะประสบผลสำเร็จได้ดีเพียงใด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเฉพาะคุณลักษณะที่พึงประสงค์เท่านั้น การศึกษาด้านอิทธิพลต่าง ๆ ที่มีผลต่อการทำงาน ซึ่งมีจำนวนมากมายเช่น “ด้านวัฒนธรรม (Culture) ด้านการงาน(Tast) ด้านความสัมพันธ์ของอำนาจ(Power Relationships) ความคาดหวังในการบริหารงานที่ดีขึ้น (Higher Management) ด้านระบบและกระบวนการ(System and Procedures) เพื่อนร่วมงาน (Peers) ด้านกลยุทธ์ (Strategy) ผู้ใต้บังคับบัญชา (Followers)และอื่น ๆ”


ท่านที่เป็นผู้บริหารทุกส่วนของหน่วยงาน
ทั้งของรัฐหรือเอกชน บทความนี้เป็นเพียงข้อเสนอแนะจากแนวทางของการระดมความคิดของเพื่อนนิสิตรวมทั้งผู้เขียน แนวคิดของนักการศึกษา ผสมผสานกับหลักการและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง อันที่จะสามารถบูรณาการ ในการบริหารงานของท่าน อย่างน้อยทุกท่านที่อยู่ในตำแหน่งผู้นำ ก่อนที่จะเข้าสู่ตำแหน่ง ท่านเคยผ่านการเป็นผู้ใต้บังคับบัญชามาแล้วอย่างยาวนาน ดังนั้นข้อคิดจากการระดมความคิดที่กล่าว คงจะไม่แตกต่างจากแนวความคิดของผู้บริหารเท่าใดนัก การนำเอาสิ่งที่ดีและมีประโยชน์จากบทความไปใช้ในการพัฒนาจิตใจ ความคิดและพัฒนางานในหน้าที่ น่าจะเป็นผลดีขององค์กร ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างจะได้มา ต้องใช้เวลาศึกษา ใช้เวลาในการปฏิบัติ ประสบการณ์จากการทำงาน

ผู้เขียนไม่ใช่ผู้บริหาร แต่เป็นนักวิชาการที่ยังต้องเรียนรู้และศึกษาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ท่านผู้นำหรือผู้บริหารแต่ละท่านที่บริหารงานมา มีทั้งที่ประสบผลสำเร็จและไม่ประสบผลสำเร็จ ทั้งสองส่วน ถ้าท่านเขียนประสบการณ์เผยแพร่ น่าที่จะเป็นประโยชน์กับผู้บริหารรุ่นน้อง ๆ ได้อย่างดียิ่ง…ลองดูซิครับ


เอกสารอ้างอิง

ทองใบ สุดชารี. 2544. ภาวะผู้นำและการจูงใจ.
พิมพ์ครั้งที่ 2. อุบลราชธานี : สถาบันราชภัฏ
อุบลราชธานี.
มานิต มานิตเจริญ. 2537. พจนานุกรมฉบับราช
บัณฑิตสถาน. พิมพ์ครั้งที่ 14. กรุงเทพ ฯ :
อักษรพิทยา.
สมศักดิ์ ขาวลาภ. 2544. ภาวะผู้นำการจูงใจและทีม
งาน. กรุงเทพ ฯ : ศูนย์หนังสือสถาบันราชภัฏ
สวนสุนันทา.
สมยศ นาวีการ. 2536. การบริหาร. กรุงเทพ ฯ :
บริษัทธรรมสาร.
ศิริวรรณ เสรีรัตน์และคณะ. 2545. ทฤษฎีองค์การ
ฉบับมาตรฐาน. กรุงเทพ ฯ : บริษัทธรรมสาร
จำกัด.


* อาจารย์3ระดับ 9 วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด นิสิตปริญญาเอก สาขาอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร




































































































By: ว่าที่ร.ต.สมโชค เฉตระการ

« back

 

       Contact Us  
Subject:  
From:  
Your Email:  
Detail:  
       
Other Articles
Home |  บทความวิชาการ |  งานคือชีวิต |  ความก้าวหน้า |  ปริญญาเอกพระนคร/การอาชีวศึกษา |  ประวัติส่วนตัว  
Copyright ©2000-2004. All Rights Reserved.